Logo
กลุ่มงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กองวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์

ข่าวสารและกิจกรรม

ข่าวสาร กิจกรรม และความเคลื่อนไหวล่าสุด

ทั้งหมด ข่าวสาร กิจกรรม MOU ประชาสัมพันธ์ ทุนการศึกษา

พบ 22 รายการ

กลับหน้าหลัก
กรมการแพทย์ เปิดตัวแผนงาน “Roadmap to Advance Sustainable Cardiovascular Health and Economic Resilience in APEC Economies 2026-2030“ ลดภาระโรคหัวใจและหลอดเลือด มุ่งสร้างระบบสุขภาพและเศรษฐกิจภูมิภาคให้ยั่งยืน ในเวที APEC SOM3
ข่าวสาร
กรมการแพทย์ เปิดตัวแผนงาน “Roadmap to Advance Sustainable Cardiovascular Health and Economic Resilience in APEC Economies 2026-2030“ ลดภาระโรคหัวใจและหลอดเลือด มุ่งสร้างระบบสุขภาพและเศรษฐกิจภูมิภาคให้ยั่งยืน ในเวที APEC SOM3
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเปิดเวทีหารือเชิงนโยบาย (Policy Dialogue) เปิดตัวแผนงาน "ลดภาระโรคหัวใจและหลอดเลือดและสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ปี 2569-2573" เพื่อรับมือกับโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นโครงการที่ขับเคลื่อนโดย นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับพันธมิตรโรคหัวใจและหลอดเลือดแห่งเอเชียแปซิฟิก (APAC CVD Alliance) ในฐานะผู้ร่วมดำเนินโครงการ (Co-Project Overseer) แสดงศักยภาพผู้นำด้านสาธารณสุขของเขตเศรษฐกิจไทยในเวทีเอเปค (APEC SOM3) โดยเน้นย้ำว่าภาระโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พุ่งสูงขึ้นจากสังคมสูงวัยและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นวิกฤตที่ไม่มีเขตเศรษฐกิจใดรับมือได้เพียงลำพัง ซึ่งต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมมือกันในภูมิภาคเพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งในมิติสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยนายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ได้ร่วมบรรยายและนำเสนอกรอบการทำงานที่อ้างอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ของไทยที่สอดคล้องกับการดำเนินงานภายใต้แผนงานดังกล่าวแผนงานดังกล่าวขับเคลื่อนโดยประเทศไทย พร้อมด้วยเปรูและฟิลิปปินส์ในฐานะผู้สนับสนุนร่วม โดยได้กำหนดกรอบการทำงานที่อ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อให้เขตเศรษฐกิจต่างๆ นำไปใช้เสริมสร้างสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดใน 6 ขอบข่ายการทำงานที่สำคัญ ได้แก่ ความเป็นผู้นำด้านนโยบายและธรรมาภิบาล การป้องกันและการลดความเสี่ยง การตรวจพบและการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยเฉียบพลัน และการรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ (Secondary prevention) ซึ่งแผนงานนี้ยังสนับสนุนความพยายามในวงกว้างของเอเปค ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบสาธารณสุข และตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพ ประสิทธิภาพการผลิต และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนการดำเนินงานแบบบูรณาการตลอดเส้นทางการดูแลรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่การป้องกันและการตรวจพบในระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการป้องกันทุติยภูมิ ซึ่งสามารถนำไปการพัฒนาระบบสาธารณสุขในเขตเศรษฐกิจที่ส่งเสริมให้ประชากรที่มีสุขภาพดีขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569
03/09/2026  · 68
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขจับมือภูฏาน ยกระดับความร่วมมือการแพทย์ 5 ปี ถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง–พัฒนาปลูกถ่ายไต ขยายศักยภาพการแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
กิจกรรม
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขจับมือภูฏาน ยกระดับความร่วมมือการแพทย์ 5 ปี ถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง–พัฒนาปลูกถ่ายไต ขยายศักยภาพการแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขจับมือภูฏาน ยกระดับความร่วมมือการแพทย์ 5 ปี ถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง–พัฒนาปลูกถ่ายไต ขยายศักยภาพการแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ วันที่ 15 ส.ค. 2569 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างไทย–ภูฏาน ลงนาม MoU ระยะ 5 ปี พัฒนาการแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะการปลูกถ่ายไต การวิจัยและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี พร้อมส่งทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีถ่ายทอดเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง ให้บริการประชาชนภูฏาน ต่อยอดศักยภาพการแพทย์ไทยสู่ Medical Hub ระดับภูมิภาค นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเยือนราชอาณาจักรภูฏาน ระหว่างวันที่ 10–13 สิงหาคม 2569 เป็นการสานต่อและยกระดับความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างสองประเทศ โดยประเทศไทยพร้อมนำศักยภาพด้านบุคลากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงมาร่วมพัฒนาระบบบริการสุขภาพกับภูฏาน โดยเฉพาะการพัฒนาการแพทย์เฉพาะทาง การปลูกถ่ายไต การพัฒนาบุคลากร การวิจัย และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อระบบสุขภาพของทั้งสองประเทศ การเยือนครั้งนี้ยังได้เข้าพบ ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อหารือเชิงนโยบายในการกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรภูฏานให้มีความต่อเนื่องและเข้มแข็งยิ่งขึ้น นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้ร่วมดำเนินโครงการ “Strategic Thailand-Bhutan Partnership Programme on Medical and Public Health” โดยมีภารกิจสำคัญในการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MoU) ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระหว่างกรมการแพทย์กับหน่วยงานด้านการแพทย์ของภูฏาน กำหนดกรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพการแพทย์เฉพาะทางและความเชี่ยวชาญทางคลินิก โดยเน้นบริการด้านการปลูกถ่ายไต การวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยชาวภูฏานเข้าถึงบริการทางการแพทย์ระดับตติยภูมิในประเทศไทย ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้ กรมการแพทย์ได้นำทีมแพทย์เฉพาะทางจาก โรงพยาบาลราชวิถี ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงแก่บุคลากรทางการแพทย์ของภูฏาน โดยเฉพาะ การส่องกล้องทางเดินอาหารด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยับยั้งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งทางเดินอาหาร พร้อมให้บริการประชาชนภูฏาน จำนวน 72 ราย รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยี การผ่าตัดทรวงอกขั้นสูง และผ่าตัดนำเนื้องอกในช่องอกออกให้แก่ผู้ป่วย จำนวน 1 ราย เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบบริการสุขภาพ และเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างไทย–ภูฏานในระยะยาว กรมการแพทย์จะเดินหน้าความร่วมมือตามกรอบ MoU อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ศักยภาพของหน่วยงานในสังกัดพัฒนาบริการทางการแพทย์ขั้นสูง ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อระบบสุขภาพของทั้งสองประเทศ และสนับสนุนบทบาทประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ชั้นนำของเอเชีย อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป ************************************** #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลราชวิถี | ขอขอบคุณ | 15 สิงหาคม 2569
20/08/2026  · 108
Public Health Minister Pattana Leads Delegation to Strengthen Thailand–Bhutan Relations, Advance Specialized Medical Services, and Enhance Bhutan’s Long‑Term Health Security
ข่าวสาร
Public Health Minister Pattana Leads Delegation to Strengthen Thailand–Bhutan Relations, Advance Specialized Medical Services, and Enhance Bhutan’s Long‑Term Health Security
The Minister of Public Health, accompanied by the Permanent Secretary of the Ministry of Public Health and senior executives from the Ministry and the Department of Medical Services, visited the Kingdom of Bhutan to strengthen bilateral relations and sign a memorandum of understanding aimed at advancing specialized medical services and reinforcing Bhutan’s long term health security. The visit underscores Thailand’s leadership in medical and public health development within the region. Today (11 August 2026), in the Kingdom of Bhutan, Public Health Minister Pattana Phonpattana, together with Dr. Somruk Jungsaman, Permanent Secretary of the Ministry of Public Health, Dr. Nutthapong Wongwiwat, Director‑General of the Department of Medical Services, and senior executives from the Ministry of Public Health and the Department of Medical Services, participated in the Thailand–Bhutan Strategic Partnership Program on Medicine and Public Health, held from 10–13 August 2026. Minister Pattana stated that the visit aims to discuss strategic directions for medical cooperation at the policy level and to drive forward new collaborative frameworks between the two countries. These efforts include promoting medical personnel exchanges to enhance Bhutan’s clinical skills and service standards, further solidifying Thailand’s role as a regional leader in healthcare. During the visit, Minister Pattana held a bilateral meeting with HE Lyonpo Tandin Wangchug, Bhutan’s Minister of Health, focusing on cooperation in gastroenterology and hepatology. Thailand and Bhutan have long collaborated in these fields, particularly in developing medical personnel and advancing the use of high‑end endoscopic technologies for gastrointestinal and liver disease treatment. On 26 June 2024, Thailand and the Khesar Gyalpo University of Medical Sciences of Bhutan signed an MoU on academic cooperation and personnel exchange in advanced endoscopic diagnostics and treatment, supported by specialists from Rajavithi Hospital. Minister Pattana also met with HE Lyonchhen Dasho Tshering Tobgay, Prime Minister of Bhutan, expressing appreciation for Bhutan’s Gross National Happiness development philosophy, which aligns with Thailand’s MOPH PLUS+ policy under the concept “Healthy Lives Across All Ages: Driving Thailand’s Economy Through Innovation and Wisdom.” Discussions covered strengthening cooperation in public health, international trade, human resource development, and medical academic collaboration. The delegation also witnessed the signing of an MoU on developing specialized medical capacity to enhance Bhutan’s long‑term health security between Thailand’s Department of Medical Services, Bhutan’s National Medical Services, and Jigme Dorji Wangchuck National Referral Hospital. Permanent Secretary Dr. Somruk highlighted that Thailand and Bhutan have enjoyed nearly 60 years of continuous public health cooperation across key areas such as orthopedics, kidney transplantation, drug rehabilitation, cardiovascular care, and gastrointestinal surgery. The newly signed MoU reflects both nations’ commitment to expanding collaboration and advancing specialized clinical skills. Thailand’s Department of Medical Services stands ready to coordinate with academic institutions and clinical networks to support Bhutan’s national referral hospital and medical services, fostering knowledge exchange that contributes to long‑term health security and sustainable self‑reliance. Director‑General Dr. Nutthapong added that the five‑year cooperation framework includes: 1. Developing specialized medical capacity and clinical expertise, with a focus on kidney transplantation; 2. Joint medical and public health research; 3. Exchange of knowledge, technology, and best practices; 4. Organizing bilateral activities to strengthen health security and resilience; 5. Exploring mechanisms to facilitate access for Bhutanese patients to Thailand’s tertiary‑level hospitals, in accordance with Thai laws and regulations.
19/08/2026  · 174
กรมการแพทย์จัดโครงการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-ภูฏาน เดินหน้าความร่วมมือทางการแพทย์
ข่าวสาร
กรมการแพทย์จัดโครงการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-ภูฏาน เดินหน้าความร่วมมือทางการแพทย์
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าคณะผู้แทน พร้อมด้วยนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นำคณะผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ เข้าร่วมโครงการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-ภูฏาน เดินหน้าความร่วมมือทางการแพทย์ ระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคม 2569 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อหารือทิศทางความร่วมมือด้านการแพทย์ระดับนโยบาย และผลักดันการจัดทำความร่วมมือระหว่างสองประเทศเพื่อกระชับความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้น รวมถึง ยังมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะและมาตรฐานการให้บริการสุขภาพของภูฏาน และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภูมิภาคต่อไป ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนไทยได้เข้าประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโรงพยาบาลศูนย์ส่งต่อแห่งชาติจิกมี ดอร์จิ วังชุก (Jigme Dorji Wangchuck National Referral Hospital: JDWNRH) โดยกรมการแพทย์ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานตามที่ฝ่ายภูฏานประสงค์ พร้อมนำเสนอศักยภาพและความเชี่ยวชาญที่กรมการแพทย์สามารถให้การสนับสนุนได้ ตลอดจนร่วมหารือเพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสานต่อความร่วมมือในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไป
11/08/2026  · 88
SEA GAMES 2025
กิจกรรม
SEA GAMES 2025
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศของกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในกลุ่มภูมิภาคนี้ โดยในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 9 - 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์กีฬากรุงเทพมหานคร และศูนย์กีฬาจังหวัดชลบุรี โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 50 ชนิดกีฬา 3 ชนิดกีฬาสาธิต และ 1 ชนิดกีฬาพิเศษ รวมการแข่งขันทั้งหมด 54 ชนิดกีฬา และการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 20 - 26 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์กีฬาจังหวัดนครราชสีมา โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 19 ชนิดกีฬา ซึ่งกรมการแพทย์ รับผิดชอบในส่วนของการบริการทางการแพทย์ ในห้วงเวลาการแข่งขันฯ เพื่ออำนวยความสะดวก และรักษาผู้ที่เกี่ยวข้องในการแข่งขัน ในกรณีบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย
02/07/2026  · 202
พิธีลงลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (Record of Discussion) โครงการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมโรคผิวหนัง
ข่าวสาร
พิธีลงลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (Record of Discussion) โครงการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมโรคผิวหนัง
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานในพิธีลงลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (Record of Discussion) โครงการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมโรคผิวหนัง (The Project for Capacity Building for Health Workforce on Dermatology Research and Innovation) เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญภายใต้ "โครงการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมโรคผิวหนัง" ผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ และการส่งเสริมงานวิจัยร่วมกันที่ทันสมัย เพิ่มพูนทักษะและความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ ขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั่วโลก โดยมีคุณอรุณี ไฮม์ รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ คุณโยสุเกะ โคบายาชิ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น คณะผู้บริหารกรมการแพทย์ และคณะผู้บริหารสถาบันโรคผิวหนัง ร่วมพิธี ทั้งนี้นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง คุณชุนสุเกะ ซากุโดะ หัวหน้าผู้แทน สำนักงานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ประจำประเทศไทย ลงนาม ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 1 อาคาร 1 กรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569
02/07/2026  · 140
WHA (World Health Assembly)
กิจกรรม
WHA (World Health Assembly)
การประชุมสมัชชาอนามัยโลก เป็นการประชุมประเทศสมาชิกขององค์การอนามัยโลก จัดขึ้นเป็นประจําทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคม ณ สํานักงานองค์การสหประชาชาติ (Palais des Nations) ตลอดจนสำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO Headquarter) นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยถือเป็นเวทีสูงสุดในระดับนโยบายของงานด้านสาธารณสุขในระดับโลก เพื่อกําหนดนโยบายและอนุมัติงบประมาณในรอบสองปี (Biennium) ขององค์กร โดยมีผู้แทนจากรัฐบาลของประเทศสมาชิกรวม 194 ประเทศ เข้าร่วมการประชุม ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของประเทศนั้น ๆ จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้ ระเบียบวาระการประชุม รวมทั้งระยะเวลาการประชุมจะกําหนดโดยคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก โดยปัจจุบันการประชุม WHA ดำเนินการมาถึงครั้งที่ 79
29/06/2026  · 233  ·  แหล่งข้อมูล
กรมการแพทย์ ร่วมคณะผู้แทนไทยโชว์หนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามุ่งยกระดับเทคโนโลยีสุขภาพและการแพทย์แม่นยำในการประชุมสมัชชาอนามัยโลกสมัยที่ 79 (WHA79)
ประชาสัมพันธ์
กรมการแพทย์ ร่วมคณะผู้แทนไทยโชว์หนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามุ่งยกระดับเทคโนโลยีสุขภาพและการแพทย์แม่นยำในการประชุมสมัชชาอนามัยโลกสมัยที่ 79 (WHA79)
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ แพทย์หญิงบุษกร โลหารชุน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ แพทย์หญิงกรทิพย์ ผลโภค นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาล ราชวิถึ ได้เข้าร่วมคณะผู้แทนไทยในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 79 ในโอกาสนี้ กรมการแพทย์ โดยแพทย์หญิง กรทิพย์ ผลโภค นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี ได้กล่าวถ้อยแถลง (Intervention) ในวาระที่ 12.4 หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage: UHC) เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนับสนุนมติต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบสุขภาพโลก โดยประเทศไทยได้เน้นย้ำความพร้อมในการสนับสนุนร่างยุทธศาสตร์โลกด้านการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน วิกฤต และการผ่าตัดเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต พร้อมทั้งมุ่งมั่นยกระดับบริการปลูกถ่ายอวัยวะและการบำบัดทดแทนไตอย่างครอบคลุมโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางเพื่อขยายบริการสู่พื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยร่วมสนับสนุนข้อมติด้านการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) จึงเสนอให้ผลักดันการเสริมสร้างศักยภาพด้านจีโนมิกส์ในระดับชาติอย่างเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเครื่องมือดิจิทัลอย่าง teleradiology และระบบ Smart Pharmacovigilance ผ่านระบบ AI ที่มีธรรมาภิบาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ตลอดจนยินดีกับแผนปฏิบัติการโรคหายาก (Rare Diseases) ของ WHO โดยเสนอแนะให้แต่ละประเทศบูรณาการการดูแลโรคหายากเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ตามศักยภาพเพื่อลดภาระของกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ส่งเสริมให้นโยบายต่าง ๆ นำไปสู่การปฏิบัติจริง และประกาศความพร้อมดำเนินการเพื่อรองรับการประชุมระดับสูงว่าด้วย UHC ปี 2027 และแสดงความยินดีร่วมกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขที่เท่าเทียม ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสมสำหรับทุกคนภายในปี 2030 ณ สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
29/06/2026  · 115
กรมการแพทย์ร่วมกล่าวเปิดงานประชุมระดับสูง (High-level event) ในกิจกรรม Side Event ของการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 (WHA79)
ข่าวสาร
กรมการแพทย์ร่วมกล่าวเปิดงานประชุมระดับสูง (High-level event) ในกิจกรรม Side Event ของการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 (WHA79)
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมกล่าวเปิดงานประชุมระดับสูง (High-level event) ในกิจกรรม Side Event ของการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 (WHA79) ภายใต้หัวข้อ “การลงทุนเพื่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ – รากฐานของสุขภาพและสุขภาวะของประชากร” ซึ่งมีประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพหลัก ทั้งนี้ ประเทศไทยได้เป็นผู้จัดร่วม (Co-sponsor) เพื่อเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยชูยุทธศาสตร์การลงทุนที่คุ้มค่าและยุทธศาสตร์หลังปี 2030 ผ่านการเสริมสร้างการดูแลระยะยาวที่ยึดชุมชนเป็นฐาน การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล และการขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) เพื่อคุ้มครองกลุ่มเปราะบางและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้แพทย์หญิงบุษกร โลหารชุน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ได้ร่วมเป็นวิทยากรในเวทีเสวนา (Panel Discussion) เพื่อนำเสนอความสำเร็จของประเทศไทยผ่าน 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย นวัตกรรมทางการเงินผ่านกองทุนการดูแลระยะยาว (LTC Fund) ในระบบ UHC การลงทุนในทุนมนุษย์ด้วยพลัง อสม. กว่า 1 ล้านคนควบคู่ไปกับการปรับสภาพแวดล้อมที่บ้านเพื่อป้องกันการหกล้ม และก้าวกระโดดทางดิจิทัลด้วยระบบเทเลเมดิซีนและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุเชิงแม่นยำ (Precision Geriatrics) ตามแนวทางจากการประชุมรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2026 (PMAC) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการดูแลทั่วไปสู่การแพทย์แม่นยำรายบุคคล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและทำให้ "การสูงวัยในบ้านของตนเอง" (Ageing in Place) เกิดขึ้นได้จริงสำหรับผู้สูงอายุทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ณ ศูนย์ประชุม Palais des nations สำนักงานสหประชาชาตินครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
29/06/2026  · 96
กรมการแพทย์ชู “การดูแลความปวด” วาระแห่งชาติ บนเวทีสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 พร้อมสร้างศักยภาพทีมสหสาขาวิชาชีพ และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1 ล้านคน เพสนับสนุนการดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยในระดับชุมชน
ข่าวสาร
กรมการแพทย์ชู “การดูแลความปวด” วาระแห่งชาติ บนเวทีสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 พร้อมสร้างศักยภาพทีมสหสาขาวิชาชีพ และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1 ล้านคน เพสนับสนุนการดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยในระดับชุมชน
อธิบดีกรมการแพทย์ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในกิจกรรม Side Event ระดับโลก ดัน “การดูแลความปวด” วาระแห่งชาติ บนเวทีสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 ย้ำไทยเร่งพัฒนาระบบดูแลความปวดอย่างเท่าเทียม พร้อมใช้เทเลเมดิซีน–อสม.- ทีมสหวิชาชีพ–แพทย์แผนไทย ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยในชุมชน นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยภายหลังร่วมกล่าวถ้อยแถลงในกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) ของการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 (The 79th World Health Assembly : WHA79) ภายใต้หัวข้อ “Addressing Pain in Global Health: Strengthening Access to Effective Pain Care” ณ พิพิธภัณฑ์สภากาชาดระหว่างประเทศ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ว่า “ความปวด” ถือเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชากรเกือบ 1 ใน 5 ของผู้ใหญ่ทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทย อาการปวดหลังส่วนล่างเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการสูญเสียปีสุขภาวะ และเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์” ภาระด้านสุขภาพจากความปวดยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดให้การดูแลความปวดเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยมุ่งพัฒนาระบบการประเมินและจัดการความปวดในทุกระดับบริการสุขภาพ ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงการรักษาแบบไม่ใช้ยา เช่น กายภาพบำบัด การออกกำลังกายบำบัด การบำบัดด้านความคิดและพฤติกรรม การดูแลแบบสติรู้ตัว รวมถึงการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสานรวม พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพทีมสหสาขาวิชาชีพ และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1 ล้านคน เพื่อสนับสนุนการดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยในระดับชุมชน ซึ่งไม่มีประเทศใดสามารถรับมือกับปัญหาความปวดได้เพียงลำพัง ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อผลักดันให้ทุกระบบสุขภาพสามารถตอบสนองต่อความปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีมนุษยธรรม และเกิดความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นความร่วมมือระดับ นานาชาติเป็นก้าวสำคัญของวงการสาธารณสุขไทย ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IASP World Congress on Pain ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อการขับเคลื่อนระบบดูแลความปวดของประเทศไทยในเวทีโลก
29/06/2026  · 174
1 2